“ฉิงชิง” จากโสเภณีในซ่องสู่ “ราชินีโจรสลัด” แห่งทะเลจีนใต้ แม้แต่รัฐบาลก็ยังสยบไม่ได้ ?!

นี่คือเรื่องราวอันน่าเหลือเชื่อของอดีตโสเภณีที่ต้องพบกับชะตาชีวิตอันผกผันจนทำให้เธอกลายเป็นโจรสลัดที่น่าเกรงขามที่สุดในคาบสมุทรทะเลจีนใต้ เธอคือหัวหน้าโจรสลัดที่มีจำนวนถึง 50,000 คน!

    เรากำลังพูดถึงราชินีโจรสลัด ฉิงชิง เธอเกิดและเติบโตในมณฑลกวางตุ้ง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน และทำงานเป็นโสเภณีในซ่องลอยน้ำ จนได้พบรักกับ เจิ้งยี้ หัวหน้ากองเรือโจรสลัดธงแดงที่จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของฉิงชิงไปตลอดกาล

ฉิงชิงและเจิ้งยี่ปกครองกองโจรสลัดธงแดงที่มีสมาชิกเริ่มต้นเพียง 200 คนเท่านั้นในยุคแรก ๆ ทั้งคู่เริ่มสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองในการต่อสู้กับกองทัพเรือของโปรตุเกสที่เดินทางมาค้าขายกับทางการจีน ต่อมาเจิ้งยี่เสียชีวิตในปี ค.ศ.1807 ที่ประเทศเวียดนามระหว่างการสู้รบ และทำให้ฉิงชิงต้องก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำกองเรือโจรสลัดเพียงผู้เดียวนับตั้งแต่นั้น

    นับตั้งแต่นั้น ฉิงชิงได้ฉายแววความโหดเหี้ยมอำมหิตในฐานะผู้นำกองเรือโจรสลัดธงแดง เธอปกครองกองโจรด้วยกฏระเบียบสุดเข้ม จนชาวจีนทะเลใต้ต่างหวาดกลัว กล่าวกันว่ามีสมาชิกโจรสลัดขอเข้าร่วมกลุ่มกับฉิงชิงถึง 50,000 – 70,000 คน ซึ่งถือได้ว่ามีจำนวนมาก ฉิงชิงไม่ลังเลที่จะสังหารใครก็ตามที่คิดขัดขวางเธอ จนทางการจีนต้องส่งกองทัพเรือมาปราบ แต่ก็ต้องพ่ายแพ้กลับไปทุกครั้ง

(ภาพประกอบจาก alicdn )

อย่างไรก็ตาม ยังมีแง่มุมที่น่าสนใจของฉิงชิง กล่าวคือเธอไม่ลังเลที่จะตบรางวัลลูกน้องที่ทำผลงานได้ดีด้วยการมอบเชลยศึกหญิงให้เป็นภรรยา แต่มีเงื่อนไขว่าพวกเขาต้องซื่อสัตย์และรักเดียวใจเดียวเท่านั้น หากพบว่ามีใครแอบคิดนอกใจ ฉิงชิงจะลงโทษสถานหนักทันที หากพบว่าใครคิดหนีทัพ หากจับได้จะถูกตัดหูทันที

ในช่วงสุดท้าย จักรพรรดิราชวงศ์ชิงของจีนตระหนักแล้วว่าคงไม่อาจเอาชนะฉิงชิงได้ จึงตัดสินใจอภัยโทษสมาชิกกองเรือโจรสลัดธงแดงทุกคน และอนุญาตให้ทุกคนกลับบ้านได้ ซึ่งแตกต่างจากโจรสลัดรายอื่น ๆ ที่ต้องถูกตามล่าเพื่อนำตัวมาลงโทษด้วยการประหารชีวิตเท่านั้น

ฉิงชิงใช้ชีวิตที่เหลือด้วยการถลุงเงินที่ปล้นมาได้ในบ่อน ก่อนเสียชีวิตในปี ค.ศ.1844 ปิดฉากตำนานราชินีโจรสลัดแห่งทะเลจีนใต้ที่แม้แต่กองทัพเรือราชวงศ์ชิงยังไม่สามารถสยบได้

ข้อมูลและภาพจาก : Liekr